ผมร่วง แบบAlopecia Areata - FRIEND DOCTOR บทความสุขภาพ,การทำกายภาพ,สะเก็ดเงิน,ด่างขาว
Menu

บทความ

ผมร่วง แบบAlopecia Areata

Published on 20 ธันวาคม 2560

ผมร่วง แบบAlopecia Areata

ผมร่วง แบบAlopecia Areata

ผมร่วง ❆ โรคของเส้นผม Alopecia Areata (AA) ❆

         เป็นโรคผมร่วงเป็นหย่อมชนิดไม่มีแผลเป็น(Non-Scarring localized alopecia) ที่พบได้บ่อย อุบัติการณ์ ในหญิงและชาย พอๆกันโดยเฉพาะในช่วงอายุ 20 ถึง 50 ปีสาเหตุของโรคยังไม่ทราบแน่เชื่อว่าเป็นโรค autoimmune ชนิดหนึ่ง โดยร่างกายเกิดปฏิกิริยาชนิด cell mediated immunity ต่อแอนติเจนของรากผม


☀ ลักษณะทางคลินิก ☀

        ผมร่วงที่เกิดขึ้นเป็นโรคนี้มักจะเกิดขึ้นทันทีทันใดโดยไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย ผู้ป่วยมักจะพบหย่อมผมร่วง โดยบังเอิญ ในขณะที่หวีผมหรือสระผม บ่อยครั้งที่ช่างทำผมของผู้ป่วยเป็นผู้พบเห็นรอยโรคเป็นคนแรก รอยโลกระยะแรกเป็นหย่อมผมร่วงรูปกลมหรือ รูปรี ขอบเขตชัดเจนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง 2-5 cm แต่บางครั้งอาจจะใหญ่กว่านั้นก็ได้ เมื่อตรวจดูที่ขอบเขตของโรคอาจพบ ตอผมเส้นสั้นๆ มีลักษณะปลายใหญ่และโคนเล็ก คล้ายเครื่องหมายอัศเจรีย์เรียกว่า exclamation mark hair ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้ ส่วนเส้นผมตรงกลางรอยโรคจะหลุดร่วงไปหมดและและเห็นหนังศีรษะเป็นมันเรียบไม่มีขุยหรือสะเก็ด

          รอยโลกส่วนใหญ่พบที่หนังศีรษะแต่บางครั้งอาจพบรอยโรคในบริเวณอื่นของร่างกายเช่นบริเวณหนวดเครา ขนตามตัว ขนคิ้วขนตาผู้ป่วย ส่วนใหญ่มีหย่อมผมร่วงเพียงวงเดียว และมีการพยากรณ์โรคที่ดี ถ้าโรคเป็นรุนแรงขึ้นจะพบรอยโรคมากวงขึ้นเรื่อยๆและอาจขยายขนาดเชื่อมกันเป็นบริเวณกว้างได้ ถ้าเป็นรุนแรงมากเส้นผมบนศีรษะจะล่วงไปหมดจนเห็นลักษณะหัวล้านเลี่ยนเรียกว่า Alopecia totalis และถ้าพบว่าเส้นขนในส่วนอื่นๆของร่างกายก็หลุดร่วงไปหมดด้วยก็เรียกว่า Alopecia  universalis โรคนี้มักไม่เกิดอาการตามระบบ แม้เส้นผมและเส้นขนจะร่วงจนหมดผู้ป่วยก็ยังมีสุขภาพทั่วไปเป็นปกติ


☀ การวินิจฉัยโรค ☀

         อาศัยลักษณะของทางคลินิก ในรายที่ผมร่วงเป็นหย่อมต้องแยกออกจากโรคที่ทำให้เกิดผมร่วงเฉพาะที่อย่างอื่นๆ เช่นกลากที่หนังศีรษะในกรณีที่มี ผมร่วงมากทั่วศีรษะจะต้องแยกออกจากโรคที่มีผมร่วงทั่วไปเช่น Telogen effluvium  และ secondary syphilis เป็นต้นในรายที่มีปัญหาสามารถยืนยันการวินิจฉัยโดยการตรวจดูพยาธิสภาพของรอยโลกซึ่งมีลักษณะเฉพาะคือพบ T lymphocyte ล้อมรอบบริเวณรากผมและมีการเสื่อมสภาพของรากผมกลายเป็น anagen ขนาดเล็กหรือเปลี่ยนไปเป็น telogen  


☀ การรักษา ☀

          โรคนี้อาจหายไปเองโดยเฉพาะถ้าเป็นครั้งแรกและมีรอยโรคผิดเพียงหย่อมเดียว แพทย์ต้องทำความเข้าใจกับผู้ป่วยว่า ถ้ารอยโรคเป็นน้อยก็มีความมั่นใจที่จะรักษาให้หายขาดได้แต่ถ้ารอยโลกเป็นมากขึ้นการรักษาก็จะยากขึ้นตามลำดับหรืออาจจะไม่ได้ผลเลยก็ได้จึงมีความจำเป็นที่ผู้ป่วยจะต้องรับทราบข้อมูลส่วนนี้ไว้ตั้งแต่ต้น วิธีการรักษาส่วนใหญ่ใช้การยับยั้งภูมิคุ้มกันเพื่อให้รากผมมีโอกาสฟื้นตัวเพื่อสร้างผมเส้นใหม่

            วิธีรักษาที่ใช้กันทั่วไปคือการใช้สเตียรอยด์ชนิดครีมที่มีฤทธิ์แรงเช่น Betamethasone ทาบริเวณรอยโรควันละ 2 ครั้งผมควรขึ้นเต็มในเวลาประมาณ 3-4 เดือนผลข้างเคียงจากการรักษาได้แก่การเกิดสิวและผิวหนังบางลงในบริเวณที่ทายา ถ้าทายาไม่ได้ผลควรฉีดสเตียรอยด์เข้ารอยโรค (intralesional)โดยใช้ triamcinolone acetonide ความเข้มข้น 5 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร  ขนาด 0.1 ต่อพื้นผิว 1 ตร.ซม. ผลข้างเคียงที่อาจพบได้คือรอยบุ๋มบริเวณที่ ฉีดยา การฉีดยาเช่นนี้ผู้ฉีดควรได้รับการฝึกฝนที่ถูกต้อง

             ในรายที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาหรือว่าโรคเป็นมากควรปรึกษาแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทาง ซึ่งมีวิธีการรักษาอีกหลายอย่างเช่น systemic steroid , minoxidil, PUVA, immunotherapy เป็นต้น แม้จะอยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญผลการรักษาก็ยังไม่ดีนัก และอาจมีผลข้างเคียงหลายประการจากการรักษา ผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา อาจจำเป็นจะต้องใส่วิกไปตลอดเพื่ออำพรางรอยโรคไว้

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ โรคผิวหนังต้องรู้ สำหรับเวชปฏิบัติทั่วไป


ผมร่วง


Rate this article:
2.0
Comments (0)Number of views (1222)
Print

Comments are closed.

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

 

ข้อตกลงการใช้งานบทความ

ขอสงวนสิทธิ์ในข้อความ เนื้อหา รูปภาพ องค์ประกอบและสิ่งต่างๆที่ปรากฏใน website FriendDoctor.net ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ทำซ้ำ คัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง ตีพิมพ์ เผยแพร่ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของ website FriendDoctor.net ก่อน และบทความ ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ องค์ประกอบและสิ่งต่างๆที่ปรากฏใน website FriendDoctor.net เป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียน ไม่สามารถนำไปเป็นหลักฐานในการฟ้องร้อง หรือใช้ทดแทนคำวินิจฉัย และ หรือ การรักษาจากแพทย์ได้