โรคภูมิแพ้ - FRIEND DOCTOR บทความสุขภาพ,การทำกายภาพ,สะเก็ดเงิน,ด่างขาว
Menu

บทความ

โรคภูมิแพ้

Published on 30 กรกฎาคม 2560

โรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้ อาการโรคภูมิแพ้นั้นเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับระบบต่างๆของร่างกาย

โรคภูมิแพ้  อาการโรคภูมิแพ้นั้นเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับระบบต่างๆของร่างกาย เช่น 

- เกิดขึ้นที่จมูก เรียกว่า โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ หรือเรียกว่าโรคแพ้อากาศ
- เกิดขึ้นที่ตา เรียกว่า โรคเยื่อบุตาอักเสบภูมิแพ้ 
- เกิดที่ผิวหนัง เรียกว่า โรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ 
- เกิดที่ระบบทางเดินอาหาร เรียกว่า โรคแพ้อาหาร 
- เกิดที่หลอดลม เรียกว่า โรคหลอดลมอักเสบภูมิแพ้ หรือโรคหืด

หากมีลักษณะอาการที่จะเกิดขึ้นดังต่อไปนี้ไม่ว่าจะเป็นข้อใดข้อหนึ่ง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้รับการตรวจที่ถูกต้อง


1. มีลักษณะอาการที่สามารถจะบ่งบอกได้ว่าคุณอาจจะเป็นโรคภูมิแพ้ โดยมีอาการเหล่านี้มากกว่า หนึ่ง เดือนขึ้นไป 
- หากคุณมีอาการ คันตา เคืองตา ตาแดง น้ำตาไหล แสบตา มีหนังตาบวม  อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกได้ว่าเป็นอาการของโรคเยื่อบุตาอักเสบ
- หากคุณมีอาการ คันจมูก น้ำมูกไหล จาม คัดจมูก คันเพดานปาก หรือ คันที่คอ อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกได้ว่าคุณมีอาการของโรคจมูกอักเสบ หรือ โรคแพ้อากาศ
- หากคุณมีอาการ หายใจขัด ไอ มีอาการหอบเหนื่อย  แน่นหน้าอก  และเวลาหายใจมีเสียงวี้ด  หายใจไม่สะดวก ลำบาก หายใจเร็ว โดยเฉพาะเวลาตอนเช้ามืด  ตอนกลางคืน  หรือในช่วงที่ออกกำลังกาย  อาการเหล่านี้บ่งบอกว่าคุณอาจจะเป็นโรคหลอดลมอักเสบภูมิแพ้ หรือเรียกโรคหืด
- หากคุณมีอาการ  คันตามผิวหนัง มีผดผื่นขึ้นตามตัว ลักษณะผื่นแห้ง แดง และมีลักษณะเป็นสะเก็ดบางๆ   อาจมีน้ำเหลืองแห้งกรังปกคลุม  เด็กโตมักมีอาการที่ข้อพับแขนและขา เด็กเล็ก มักมีอาการที่ก้น แก้ม  หัวเข่า และ ตามข้อศอก ลักษณะของผิวหนังบริเวณที่เป็นจะมีลักษณะหนา สีคล้ำ  ผิวหนังอาจจะมีการอักเสบเป็นตุ่มนูนแดง หรือเป็นปื้นนูนแดงและคัน เรียกว่าอาการลมพิษ เกิดจากอาการแพ้อาหารทะเล แมลง หรือแพ้ยา  ซึ่งก็อาจจะเป็นโรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ได้
- หากคุณมีอาการ อาเจียน คลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดท้อง ท้องอืด ปากบวม อาจมีอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น แพ้อากาศ หอบหืด  และผิวหนังมีผื่นคัน  ร่วมด้วย หลังรับประทาน นมวัว อาหารทะเล ถั่ว ไข หรือผัก ผลไม้บางชนิด สารกันบูด สารแต่งสี กลิ่น  ผงชูรส  อาการเหล่านี้อาจจะบอกได้ว่าคุณเป็นโรคแพ้อาหาร

2. อาการต่างๆในข้อ 1. อาจมีอาการเดี๋ยวเป็น คือมีเหตุมากระตุ้น  หรือ เดี๋ยวหาย คือไม่มีเหตุมากระตุ้น  เหตุที่มากระตุ้นทำให้เกิดอาการ ก็อาจจะมีเหตุมาจาก
- ความเครียด การนอนพักผ่อนน้อยเกินไป ไม่เพียงพอ  มีอารมณ์วิตก กังวล เศร้า เสียใจ  
- เมื่ออากาศเปลี่ยน ได้กลิ่นฉุน  อากาศมีฝุ่น  และควัน  มีการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ หรือหวัด เหล่านี้เป็นอาการภูมิแพ้ของตา  หลอดลม และ จมูก
- มีการติดเชื้อที่ ผิวหนัง ระบบทางเดินอาหาร ที่ตา 
- มีการระคายเคืองที่ผิวหนัง ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ผิวหนัง จากการเกา การนวด การขัดผิว การใช้สบู่  และเครื่องสำอาง หรือครีมใดๆ ที่ทำให้แพ้  ฝุ่นต่างๆ สารเคมี แดด เหงื่อ ควัน   หรือแพ้กระทั่งอาหารบางชนิด
อาการต่างๆเมื่อได้รับยาก็จะดีขึ้น เช่น
- อาการทางตา  เมื่อได้รับการหยอดตาแก้แพ้ หรือกินยาแก้แพ้ (ยาด้านฮิสทามีน) 
- อาการทางหลอดลม อาการก็จะดีขึ้นหลังได้รับการสูดยา หรือพ่นยา หรือ ยากินเพื่อ ขยายหลอดลม 
- อาการทางผิวหนัง อาการก็จะดีขึ้นหลังได้รับการทายาเตียรอยด์ หรือกินยาแก้แพ้
- อาการทางเดินอาการ  อาการก็จะดีขึ้นหลังได้กินยาแก้แพ้ หรือ ยาแก้คลื่นใส้ อาเจียน หรือยาแก้ท้องเสีย

3. ประวัติผู้ป่วย โดยการซักถามและดูประวัติการรักษาของผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ชนิดต่างๆ  ตั้งแต่สมัยเด็ก ถึงปัจจุบัน  เพราะโรคภูมิแพ้ เป็นกลุ่มโรคที่แสดงอาการได้กับหลายระบบของร่างกาย

4. ประวัติของคนในครอบครัว โดยป่วยเป็นโรคภูมิแพ้อะไรบ้าง เนื่องจากโรคภูมิแพ้สามารถที่จะถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้

5. การตรวจพิเศษ เพื่อช่วยยืนยันการวินิจฉัยของโรค เช่นการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง  และ การตรวจจากเลือด

ขอบคุณข้อมูลจาก www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=977

แพ้อากาศ

Rate this article:
3.0
Comments (0)Number of views (1531)
Print

Comments are closed.

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

 

ข้อตกลงการใช้งานบทความ

ขอสงวนสิทธิ์ในข้อความ เนื้อหา รูปภาพ องค์ประกอบและสิ่งต่างๆที่ปรากฏใน website FriendDoctor.net ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ทำซ้ำ คัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง ตีพิมพ์ เผยแพร่ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของ website FriendDoctor.net ก่อน และบทความ ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ องค์ประกอบและสิ่งต่างๆที่ปรากฏใน website FriendDoctor.net เป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียน ไม่สามารถนำไปเป็นหลักฐานในการฟ้องร้อง หรือใช้ทดแทนคำวินิจฉัย และ หรือ การรักษาจากแพทย์ได้