กินอยู่อย่างไรป้องกันกระดูกพรุน ตอนที่ 1 - FRIEND DOCTOR บทความสุขภาพ,การทำกายภาพ,สะเก็ดเงิน,ด่างขาว
Menu

บทความ

กินอยู่อย่างไรป้องกันกระดูกพรุน ตอนที่ 1

Published on 10 มิถุนายน 2560

กินอยู่อย่างไรป้องกันกระดูกพรุน ตอนที่ 1

กินอยู่อย่างไรป้องกันกระดูกพรุน ตอนที่ 1


กินอยู่อย่างไรป้องกันกระดูกพรุน ตอนที่ 1


         หลายคนคงอาจเคยได้ยินหรือได้เห็นมาว่า เมื่อคนเรามีอายุเพิ่มมากขึ้น จะมีปัญหาเรื่องที่ว่าตัวเตี้ยลง มีหลังค่อมจนเงยไม่ขึ้น มีขาโก่งงอ หรือว่ากระดูกหักง่าย ต้องระวังไม่ให้หกล้ม อาการที่กล่าวมาเหล่านี้เป็นผลเกี่ยวเนื่องจากภาวะของกระดูกพรุน คงไม่มีใครที่อยากมีอาการเช่นนี้ เราจึงควรที่จะมาเรียนรู้และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะกระดูกพรุนกันดีกว่า

ทำความรู้จักโรคกระดูกพรุนเสียก่อน
         โรคกระดูกพรุน หรือในภาษาอังกฤษที่เรียกว่า osteoporosis เป็นภาวะเนื้อกระดูกลดลงมีความหนาแน่นลดลง (อันเนื่องจากมีการสร้างกระดูกที่น้อยกว่าการทำลายกระดูก) ร่วมด้วยกับมีความเสื่อมของโครงสร้างภายในของกระดูก จนทำให้ความแข็งแรงของกระดูกลดลง กระดูกจึงสามารถหักหรือยุบตัวได้ง่าย โดยที่มักพบบ่อยที่กระดูกสันหลัง สะโพกและข้อมือ


         กระดูกของคนเราประกอบไปด้วยโปรตีน และคอลลาเจน (collagen) ที่สร้างเป็นตัวโยงใยโดยที่มีเกลือแคลเซียมฟอสเฟต (calcium phosphate) ทำให้กระดูกมีความแข็งแรง และสามารถทนต่อแรงดึงรั้ง ดังนั้นคนที่ขาดแคลเซียมก็เหมือนกับบ้านที่ถูกปลวกแทะกินโครงร่างจนพรุนไปหมด ทำให้กระดูกบาง ไม่หนาแน่น กระดูกจึงสามารถแตกหักได้ง่าย แม้เพียงแค่กระทบกระแทกเพียงเล็กน้อย 

          กระดูกเป็นอวัยวะที่มีการสร้างและสลายตลอดเวลา กล่าวคือ กระดูกจะมีการละลายกระดูกในรูปของแคลเซียมออกมายังเลือด ในขณะเดียวกันก็มีการสร้างกระดูกใหม่โดยที่จะใช้แคลเซียมจากอาหารที่กินเข้าไป ทำให้มีเนื้อกระดูกใหม่เกิดขึ้น ซึ่งโดยปกติเนื้อกระดูกเก่าที่อยู่ในรูปของแคลเซียมจะถูกขับถ่ายออกมาทางปัสสาวะและอุจจาระวันละประมาณ 600-700  มิลลิกรัม เพื่อให้เกิดความสมดุล เราจึงจะต้องกินแคลเซียมให้เพียงพอกับที่ได้สูญเสียไป มิฉะนั้นแล้วร่างกายก็จะดึงแคลเซียมจากกระดูกมาตลอดเวลา ทำให้กระดูกถูกทำลายมากกว่าการสร้าง เนื้อกระดูกก็จะเบาบางลงในที่สุด 

           ปกติแล้วในเด็กก็จะมีการสร้างกระดูกมากกว่าการสลาย จึงทำให้กระดูกเด็กมีการเจริญเติบโตและใหญ่ขึ้น เนื้อกระดูกจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนเพิ่มขึ้นสูงสุดเมื่ออายุประมาณ 30-35 ปี หลังจากนั้นแล้วเนื้อกระดูกจะลดลงอย่างช้าๆ นั่นคือ มีการสลายมากกว่าการสร้างจนทำให้กระดูกเริ่มบาง ดังนั้นจะเห็นได้ว่าผู้ที่มีอายุมากขึ้น จึงมีโอกาสที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนมากขึ้น กระดูกพรุนจะเสี่ยงต่อกระดูกหักโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระดูกสะโพก  สำหรับผู้หญิงมักจะเกิดโรคกระดูพรุนมากกว่าชายด้วยเหตุผล 2 ประการ

           1.  เมื่อถึงวัยหมดประจำเดือน หรือ วัยทอง ที่ระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลงอย่างรวดเร็ว จึงทำให้มีการสูญเสียเนื้อกระดูกอย่างรวดเร็วตามไปด้วย ผู้หญิงจึงมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนมากกว่าผู้ชาย มากกว่าผู้ชายถึง 2-3 เท่า 

          2.  ความหนาแน่นของมวลกระดูกผู้ชายสูงกว่าผู้หญิง


ขอบคุณข้อมูลจาก www.doctor.or.th/article/detail/1396


ข้อเข่าเสื่อม

 

Rate this article:
5.0
Comments (0)Number of views (1236)
Print

Comments are closed.

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

 

ข้อตกลงการใช้งานบทความ

ขอสงวนสิทธิ์ในข้อความ เนื้อหา รูปภาพ องค์ประกอบและสิ่งต่างๆที่ปรากฏใน website FriendDoctor.net ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ทำซ้ำ คัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง ตีพิมพ์ เผยแพร่ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของ website FriendDoctor.net ก่อน และบทความ ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ องค์ประกอบและสิ่งต่างๆที่ปรากฏใน website FriendDoctor.net เป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียน ไม่สามารถนำไปเป็นหลักฐานในการฟ้องร้อง หรือใช้ทดแทนคำวินิจฉัย และ หรือ การรักษาจากแพทย์ได้