โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท - FRIEND DOCTOR บทความสุขภาพ,การทำกายภาพ,สะเก็ดเงิน,ด่างขาว
Menu

บทความ

โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

Published on 12 ธันวาคม 2559

โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

อาการ

หากมีการฉีกขาดของเส้นใยหมอนรองกระดูกสันหลังไม่มากนักจะเกิดความเจ็บปวดเฉพาะส่วนหลังที่บาดเจ็บนั้น หากการฉีกขาดของเส้นใยมีมากก็จะทำให้สารเหลวคล้ายวุ้นเคลื่อนตัวออกมาภายนอก กดทับเส้นประสาท จะปวดร้าวไปตามเส้นประสาทนั้น ๆ ที่พบมากคือ ปวดร้าวจากหลังไปยังน่อง หรือหลังเท้า

หากมีการกดทับรากประสาทมาก จะเกิดการปวดชาร้าวไปที่ปลายเท้า และขาไม่มีแรง รวมทั้งมีเดินเซและควบคุมการอุจจาระ ปัสสาวะไม่ได้ หมอนรองกระดูกสันหลังเป็นมีเนื้อเยื่อที่อยู่ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกและยืดหยุ่นเวลาเคลื่อนไหว  หมอนรองกระดูกสันหลังจะมีลักษณะรูปร่างเป็นวงกลม ๆ โดยมีบริเวณขอบเป็นพังผืดเหนียว  แข็งแรงประกอบด้วยเส้นใยประสานกัน ภายในจะมีของเหลวคล้ายวุ้นเป็นสารถ่ายรับน้ำหนัก และกระจายน้ำหนัก

สาเหตุ

-          หมอนรองกระดูกสันหลังปกติดี แต่รับน้ำหนักมากจนหมอนรองกระดูกสันหลังไม่สามารถรับน้ำหนักนั้นได้  ทำให้ขอบพังผืดเส้นใยขอบนอกเกิดการฉีกขาด

- หมอนรองกระดูกสันหลังผิดปกติ จึงไม่สามารถรับน้ำหนักร่างกายได้ เนื่องจากเกิดการฉีกขาดพังผืดเส้นใยขอบนอก

- มักเกิดจากการใช้งานผิดท่า  เช่น คนที่แบกหามทำงานหนัก คนที่นั่งหรือนอนผิดท่า เป็นต้น

- ในวัยกลางคนหรือวัยชรา ซึ่งปกติแล้วร่างกายมีการสร้างน้ำภายในหมอนรองกระดูกลดลง หมอนรองแฟบลง จนกดทับเส้นประสาทเอาได้

การรักษา  หลังซักประวัติและตรวจร่างกายในท่ายืน  ท่าเดิน ตรวจลักษณะการเคลื่อนไหวของแผ่นหลัง หากแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นไม่มากก็ไม่ต้องตรวจพิเศษ  แพทย์จะรักษาแบบประคับประคองไปก่อน  ให้ยาแก้ปวดรับประทาน ให้คำแนะนำในการดูแลตนเอง หรือให้นักกายภาพบำบัดมาช่วย เช่น ดึงหลัง อบหลังโดยใช้ความร้อนลึก (อัลตราซาวด์) หรือใส่เฝือกอ่อนพยุงหลัง (เครี่องรัดหลัง) เป็นต้น ผู้ป่วยไม่ควรหยุดพักการใช้หลังนานเกินไป  เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อลีบกล้ามเนื้ออ่อนแรง และเกิดพังผืดมายึด ทำให้ปวดหลังเรื้อรัง เมื่ออาการเริ่มทุเลา ควรทำกายบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรง การรักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัดนี้มักจะใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะดีขึ้น  (เฉลี่ย 6 เดือน - 2 ปี)  ทั้งนี้ผู้ป่วยต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วย ซึ่งส่วนใหญ่จะหายดี

แต่ถ้าอาการปวดมาก ๆ หรือหลังจากทำการรักษาแล้วไม่ดีขึ้น ก็อาจจำเป็นต้องถ่ายภาพรังสีเอกซเรย์ ซึ่งเห็นเฉพาะกระดูกเท่านั้น ไม่เห็นกล้ามเนื้อหรือหมอนรองกระดูกได้ ในบางกรณีจึงอาจต้องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ที่เรียกว่าซีทีสแกน  เอกซเรย์แม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) หรือฉีดสีเข้าในไขสันหลัง เพื่อดูพยาธิสภาพให้ชัดเจนก่อนทำการผ่าตัด 


การผ่าตัดจะทำก็ต่อเมื่อมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน เช่น มีอาการปวดมาก และทำรักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัดแล้วยังไม่ดีขึ้น หรือมีการกดทับเส้นประสาททำให้ไม่สามารถกลั้นอุจจาระปัสสาวะได้ เป็นต้น  สำหรับผลการผ่าตัดจะดีมากเกือบเท่าปกติ จะดีมากในช่วงระยะแรก หลังจากผ่าตัดไปแล้วหลายปี หากไม่ดูแลตนเองทั้งในเรื่องอาหารและการบริหารแผ่นหลัง ถ้าเกิดอาการปวดหลังจากกระดูกเสื่อมขึ้นมาอีก  การรักษาจะยากมากและไม่ค่อยได้ผล  ดังนั้นเมื่อแผลผ่าตัดทุเลา ต้องอาศัยการหมั่นบริหารแผ่นหลังเป็นประจำ ซึ่งจะช่วยป้องกันกระดูกเสื่อม จะได้ไม่โรคปวดหลังได้ตลอดไป


ขอบคุณข้อมูลจาก คู่มือตรวจโรคด้วยตนเองเบื้องต้น ดร.โกมุท ภัทรเมธี

ปวดหลัง



Rate this article:
2.7
Comments (0)Number of views (2582)
Print

Comments are closed.

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

 

ข้อตกลงการใช้งานบทความ

ขอสงวนสิทธิ์ในข้อความ เนื้อหา รูปภาพ องค์ประกอบและสิ่งต่างๆที่ปรากฏใน website FriendDoctor.net ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ทำซ้ำ คัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง ตีพิมพ์ เผยแพร่ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของ website FriendDoctor.net ก่อน และบทความ ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ องค์ประกอบและสิ่งต่างๆที่ปรากฏใน website FriendDoctor.net เป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียน ไม่สามารถนำไปเป็นหลักฐานในการฟ้องร้อง หรือใช้ทดแทนคำวินิจฉัย และ หรือ การรักษาจากแพทย์ได้