อาการปวดคือเพื่อนของคุณ - FRIEND DOCTOR บทความสุขภาพ,การทำกายภาพ,สะเก็ดเงิน,ด่างขาว
Menu

บทความ

อาการปวดคือเพื่อนของคุณ

Published on 10 ธันวาคม 2559

อาการปวดคือเพื่อนของคุณ

อาการปวดคือเพื่อนของคุณ

อาการปวดคือเพื่อนของคุณ

          อาการปวดเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของคนปกติ  คนที่ไม่มีความเจ็บปวดเลยน่าเป็นห่วงมากกว่า  เพราะเส้นประสาทอาจมีปัญหา  หรือมีโรคทางสมองก็เป็นได้  ฉะนั้นความปวดจึงไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจ  แท้จริงแล้วความปวดคือสัญญาณเตือนภัยของร่างกาย  ธรรมชาติสร้างความปวดขึ้นมาเพื่อเตือนว่าชีวิตของเรากำลังผิดปกติต้องรีบแก้ไขต้นเหตุของความผิดปกตินั้นๆ

          ธรรมชาติสร้างคนขึ้นมา  และคอยดูแลให้เรามีชีวิตที่แข็งแรง  มีความสุขอยู่ในโลกใบนี้  ไม่ได้อยากให้เราเจ็บป่วยหรือใช้ชีวิตผิดพลาด  ฉะนั้นถ้ามีอะไรที่จะทำให้ร่างกายอ่อนแอลง  ธรรมชาติจะเตือนทันที  เพื่อให้กลับไปเดินในแนวทางที่ถูกต้องตามธรรมชาติอีกครั้ง  คนที่คอยเตือนเราอยู่ตลอดเวลานั้นไม่ใช่ศัตรู  แต่เป็น  “เพื่อนผู้หวังดี”  และจะคอยเตือนตลอดไป  ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ก็ตาม

อาการปวดหรือความเจ็บป่วยทั้งหลายนั้นก็คือคำเตือนจากเพื่อนเราหวังให้เราแก้ไขชีวิตให้ถูกทาง  หาสาเหตุของการเดินทางผิด  ไม่ใช่หาวิธีปิดปากเพื่อนคนนี้ไม่ให้เตือนต่อไป

-        สัญญาณเตือนภัย

          ตัวอย่างที่ทุกคนพบบ่อย ๆ คือ  ความปวดเมื่อย  เป็นการเตือนว่าเรากำลังอยู่ในท่าที่ผิดปกติ  ควรเปลี่ยนท่าทางเสียใหม่  เมื่อรับรู้สัญญาณเตือนภัยนี้เราก็จะเปลี่ยนท่า  ความปวดเมื่อยก็ลดลงจนหายไป  แต่ถ้าเราไม่รู้จักสัญาณเตือนภัยนี้  ก็จะอยู่ในท่าเดิม  ร่างกายจึงส่งสัญญาณเตือนภัยมากขึ้น  นั่นคือเราจะรู้สึกปวดเมื่อยมากขึ้น

          จริงๆ แล้วสัญญาณเตือนภัยของร่างกายไม่ได้ส่งออกมาเป็นอาการปวดเพียงอย่างเดียว  แต่ยังมีสัญญาณในรูปแบบต่างๆ เช่น เป็นไข้ เป็นผื่น อาการแสบร้อน  น้ำตาไหล  และอื่น ๆ อีกมากมาย  ถ้าเรารู้จักสัญญาณเตือนภัยเหล่านี้  ปรับตัวแก้ไขต้นเหตุได้ทัน  ร่างกายก็จะแข็งแรงอยู่เสมอแต่สัญญาณเตือนภัยที่เป็น  “ความปวด”  เป็นสัญญาณที่ตรงจุดและให้ผลชะงัด  เพราะทำให้รู้สึกทรมานจนต้องรีบแก้ไขโดยด่วน

          อาการปวดหลังก็เช่นเดียวกัน  เป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายมีสิ่งผิดปกติ  และความปวดจะไม่หายไปตราบใดที่สิ่งผิดปกตินั้นยังคงอยู่  เมื่อใดสิ่งผิดปกติลดลง  อาการปวดจึงลดลงตามไปด้วย  อาการปวดจึงเป็นเหมือนมาตรวัดความผิดปกติในร่างกาย  และร่างกายเราควรมีมาตรวัดนี้ไว้เสมอ

-        สิ่งที่ควรทำกับอาการปวดทุกชนิด

          เมื่อมีอาการปวดเกิดขึ้น  สิ่งแรกที่เราคิดได้คือ  อาการปวดทำให้ทรมาน  ต้องรีบกำจัดให้หมดไปโดยเร็วที่สุด  วิธีกำจัดความปวดที่ได้ผลเร็วที่สุดก็คือ  “ยา”  สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดได้  ยาฉีดยากหน่อยเพราะต้องไปหาหมอและยาทานเราสามารถสอบถามกับเภสัชกรในร้านขายยาได้  ฉะนั้นคนส่วนใหญ่จึงกินยาระงับปวดเป็นลำดับแรก

          กินยาไปแล้ว  อาการปวดดีขึ้นไหม  ดีขึ้นครับ  อย่างรวดเร็วด้วย  เรารู้สึกดีที่กำจัดความปวดไปได้  แต่ความจริงอีกข้อหนึ่งคือ  เมื่อหมดฤทธิ์ยาอาการปวดจะกลับมาอีก  เราก็กินยาอีก  อาการปวดลดลงอีก  แล้วก็ปวดขึ้นมาใหม่อีก  ก็กินยาอีก  เป็นอย่างนี้สลับกันไปเรื่อย ๆ หรือไม่ก็ไปหาหมอได้ยามากินอีก  กระบวนการเดิมก็เกิดขึ้นอีก  ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

          การรักษาแบบนี้คือการพยายามตัดวงจรของสัญญาณเตือนภัยทิ้งไปเราไม่อยากให้มันเตือนภัยด้วยความเจ็บปวด  แต่การเตือนภัยที่ทำให้เราเจ็บปวดนั้นคือการเตือนภัยที่รีบด่วน  เหมือนฟิวส์ขาดเมื่อมีกระแสไฟฟ้าเข้าบ้านมากเกินไป  ถ้าแก้ปัญหาไฟฟ้าดับด้วยการเอาฟิวส์ออกไป  แล้วใส่ทองแดงเข้าไปแทน  กระแสไฟฟ้าที่รุนแรงจะเข้ามาภายในบ้านได้  และทำให้เกิดไฟฟ้าช็อก  ไฟไหม้บ้านได้  นับเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่โดยไม่จำเป็น

          เช่นกัน  ถ้าเราตัดสัญญาณเจ็บปวดออกไป  ความผิดปกติในร่างกายยังคงอยู่  และเกิดการสะสมมากขึ้น  จนปะทุออกมาเป็นอาการเจ็บป่วยที่รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมเหมือนร่างกายเราถูกไฟไหม้เช่นเดียวกับบ้านอย่างนั้นละ  ฉะนั้นอาการปวดคือสัญญาณเตือนภัยที่มีประโยชน์  อย่าตัดมันทิ้งไปโดยที่ไม่ได้แก้ไขที่ต้นเหตุ  สัญญาณเตือนภัยเป็นผลที่เกิดขึ้นไม่ใช่ต้นเหตุ  ถ้ามัวแต่ไปแก้ไขที่ผลแต่ไม่แก้ไขที่เหตุ  ก็ไม่มีทางรักษาได้ผลสำเร็จหรอกครับ

ขอบคุณข้อมูล จากหนังสือ 100 เรื่องน่ารู้รักษาปวดหลังด้วยตัวเอง ผู้เขียน มานพ ประภาษานนท์

 

Rate this article:
3.3
Comments (0)Number of views (2041)
Print

Comments are closed.

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

 

ข้อตกลงการใช้งานบทความ

ขอสงวนสิทธิ์ในข้อความ เนื้อหา รูปภาพ องค์ประกอบและสิ่งต่างๆที่ปรากฏใน website FriendDoctor.net ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ทำซ้ำ คัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง ตีพิมพ์ เผยแพร่ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของ website FriendDoctor.net ก่อน และบทความ ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ องค์ประกอบและสิ่งต่างๆที่ปรากฏใน website FriendDoctor.net เป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียน ไม่สามารถนำไปเป็นหลักฐานในการฟ้องร้อง หรือใช้ทดแทนคำวินิจฉัย และ หรือ การรักษาจากแพทย์ได้