โรคเท้าปุก - FRIEND DOCTOR บทความสุขภาพ,การทำกายภาพ,สะเก็ดเงิน,ด่างขาว
Menu

บทความ

โรคเท้าปุก

Published on 25 พฤศจิกายน 2559

โรคเท้าปุก

โรคเท้าปุก

           เท้าปุก หรือ Clubfoot   ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 อธิบายว่า คือ เท้าพิการที่มีรูปดังกำปั้น ส่วนในทางการแพทย์ เท้าปุก หมายถึง เป็นความผิดของรูปเท้าแต่กำเนิดชนิดหนึ่ง  ที่อาจเกิดกับเท้าข้างเดียวหรือว่าทั้ง 2 ข้างก็ได้ โดยเกิดขึ้นในเด็กที่ไม่ได้มีความผิดปกติอื่นๆร่วมด้วย โรคนี้ต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วและถูกต้องที่ไม่ใช่การผ่าตัด มิฉะนั้นแล้วเด็กจะมีความพิการมาก ต้องเดินด้วยหลังเท้า หรือส่วนปลายเท้า มีอาการปวดเท้า ไม่สามารถใส่รองเท้าได้ และไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติหรือประกอบอาชีพได้

           หากดูจากสถิติทั่วโลกพบการเกิดโรคเท้าปุกในทารกแรกเกิดอยู่ที่ประมาณ 1:1,000 - 1:1,500 คน ถ้าหากพ่อหรือแม่เป็นโรคนี้แล้ว  โอกาสที่จะมีลูกคนแรกหรือคนต่อๆไปเป็นโรคนี้ จะสูงกว่าผู้ที่ไม่เป็นโรคนี้เล็กน้อย

            พ่อแม่ของเด็ก ที่เป็นเท้าปุก (Clubfoot) ควรที่จะได้รับการเน้นย้ำจากแพทย์ว่า ถ้าหากได้รับการรักษาที่ถูกต้องโดยแพทย์ที่มีความชำนาญการณ์  เด็กก็จะหายกลับมามีเท้าที่ปกติได้

 

การเกิดโรคเท้าปุกและปัจจัยเสี่ยง

 

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าโรคเท้าปุกที่พบในเด็กมีสาเหคุมาจากอะไร ปัจจัยเสี่ยงที่พบ หากพ่อแม่เป็นโรคนี้หรือเคยมีลูกที่เป็นโรคนี้มาก่อน ก็จะมีโอกาสที่ลูกตนเองเกิดโรคเท้าปุกมากกว่าพ่อแม่ปกติ แต่ในประสบการณ์ของแพทย์ผู้เขียน พบว่า ความเสี่ยงดังกล่าวมีต่ำมาก

 

อาการของโรคเท้าปุก

โรคเท้าปุกจะไม่มีอาการอะไร เพียงแต่เด็กจะมีรูปเท้าที่บิดเบี้ยวจนดูคล้ายไม้ตีกอล์ฟ ถ้าหากไม่รักษาจะทำให้พิการ  จนไม่สามารถใช้เท้าเดินเหมือนเด็กหรือผู้ใหญ่ที่เป็นปกติได้ และจะพัฒนาไปจนมีอาการปวดเมื่อโตขึ้น เพราะว่าเกิดการสึกหรอของกระดูกและส่วนข้อต่อที่บิดเบี้ยว หรือว่าผิวหนังเท้าส่วนที่หนาตัวขึ้นเพื่อรับน้ำหนัก เกิดเป็นแผลเรื้อรังขึ้นมาได้

 

การวินิจฉัยโรคเท้าปุกของแพทย์

แพทย์จะใช้เพียงการสอบถาม ต่างๆของเด็ก และของทั้งบิดามารดา มีการตรวจร่างกายและทำการตรวจดูลักษณะเท้าของเด็ก มีการถ่ายภาพ x-ray ซึ่งแพทย์ไม่จำเป็นต้องตรวจร่างกาย เด็กโดยละเอียด ทำเพื่อดูว่ามีโรคอื่นร่วมด้วยหรือไม่

 

ชนิดของโรคเท้าปุก

เท้าที่มีลักษณะบิดเบี้ยวจนดูคล้ายไม้ตีกอล์ฟ มีหลายชนิด แบ่งตามสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคได้ดังนี้

1.     เท้าปุกที่เป็นมาแต่กำเนิดไม่พบสาเหตุที่แน่ชัด (Congenital idiopathic clubfoot)

2.     เท้าปุกที่เป็นมาแต่กำเนิดมีสาเหตุที่อธิบายได้ (Teratologic clubfoot)

3.     เท้าที่ดูผิดรูปมากเหมือนเท้าปุกแต่ไม่ได้เป็นตั้งแต่กำเนิด (Clubfoot-like deformity)

4.     เท้าปุกที่เกิดจากโรคความพิการทางสมอง (Equinovarus foot in Cerebral Palsy)

5.     เท้าปุกที่เกิดจากเส้นประสาทคอมมอนเพอโรเนี่ยวขาด (Equinovarus foot from common peroneal nerve injury)

6.     เท้าปุกที่เกิดจากสาเหตุอื่นๆ

ทั้งนี้ โรคเท้าปุกที่จะพูดถึงในบทความนี้เป็นเท้าปุกประเภทที่ 1 เท่านั้น คือ โรคเท้าปุกที่เป็นมาแต่กำเนิดยังไม่ทราบว่าอะไรเป็นสาเหตุ (Congenital idiopathic clubfoot)


วิธีรักษาโรคเท้าปุก  และระยะเวลาในการรักษา

         ส่วนใหญ่โรคนี้เด็กจะกลับมามีรูปร่างเท้ามาเป็นปกติ หลังได้รับการดัดเท้าและเข้าเฝือกด้วยวิธีพอนเซตี้ หรือ Ponseti method ซึ่งใช้เวลาเพียง 6-8 สัปดาห์ ซึ่งแพทย์รักษาอาศัยจากเข้าใจเกี่ยวกับ

1.   กายวิภาค

2.   ใช้ความสัมพันธ์ของกระดูกเท้าต่างๆในการเคลื่อนไหว

3.   ความรู้เกี่ยวกับการตอบสนองของตัวกระดูก เอ็น และส่วนกล้ามเนื้อ ต่อการดัดเท้าที่เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป

 

        ในจำนวนผู้ป่วยเท้าปุก จะมีไม่ถึงร้อยละ 5 ที่มีอาการรุนแรงมากจนดัดเท้าไม่ได้ผลสมบูรณ์ และต้องทำการรักษาต่อด้วยการผ่าตัด แพทย์จะผ่าตัดก็ต่อเมื่อการดัดเท้าไม่ได้ ผลเท่านั้น เด็กทารกที่เป็นเท้าปุก ควรที่จะได้รับการรักษาภายใน 2-3 อาทิตย์แรกหลังคลอด อาศัยว่าขณะนั้นส่วนเนื้อเยื่อของ เอ็นข้อหรือเอ็นกระดูก เอ็นกล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อหุ้มข้อ ยังมีความยืดหยุ่นอยู่ ด้วยวิธีการดัดที่ถูกต้องทุกๆสัปดาห์  เนื้อเยื่อเหล่านี้จะค่อยๆยืดออก หลังจากการดัดแต่ละครั้ง จะมีการเข้าเฝือกเท้าจากปลายเท้าจนถึงโคนขาในท่าที่เข่างอประมาณ 90 องศา เพื่อที่จะบังคับเท้าให้อยู่ในท่าที่ดัดได้  ด้วยเหตุนี้ ในที่สุดเท้าจะค่อยๆถูกดัดให้เป็นปกติ

          โดยทั่วไปเด็กจะใช้เฝือกเพียง 5-7 อัน แม้ว่าจะเท้าปุกรุนแรง ก็ต้องใช้เฝือกไม่เกิน 8-9 อัน ก่อนที่จะใส่เฝือกอันสุดท้าย  เด็กถูกตัด  เพื่อที่จะทำให้ข้อเท้ากระดกขึ้น เฝือกอันสุดท้ายนี้จะใส่ 3-4 สัปดาห์ เพื่อให้เอ็นที่ถูกตัดติดกันในท่าที่ยืดยาว

หลังจากที่เด็กหายแล้ว เด็กที่มีประวัติเท้าปุก อาจกลับเป็นใหม่ได้อีก  ดังนั้น หลังการเข้าเฝือกสุดท้าย ก็จะต้องใส่กายอุปกรณ์เท้า (Abduction foot orthosis) ทั้งวันทั้งคืนประมาณ  2-3 เดือน รวมทั้งใส่ในเวลากลางคืนหรือเวลานอนต่ออีก 4 ปี ก็จะหายเป็นปกติ  สามารถใช้ชีวิตและเล่นกีฬาได้เหมือนคนปกติทั่วไป

ในเด็กบางรายที่รักษาหายแล้ว เอ็นในการดึงเท้าอาจมีความไม่สมดุล  ทำให้ดูเหมือนว่าเท้ายังคงผิดรูปอยู่ อาจจะต้องมีการผ่าตัดเพื่อย้ายเอ็นให้มีแนวดึงที่ตรงมากขึ้น (Tibialis Anterior transfer)

 

โรคเท้าปุกสามารถรักษาให้หายได้หรือไม่

ในปัจจุบันโรคนี้ สามารถรักษาให้หายจนปกติหรือเกือบปกติได้โดยไม่ต้องทำการผ่าตัดใหญ่เลย เพราะในการรักษาด้วยการผ่าตัดที่เคยเป็นที่นิยมปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมแล้ว แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ที่สามารถรักษาด้วยการดัดและเข้าเฝือกโดยวิธีพอนเซตี้เสียก่อน

 

เมื่อใดควรพบแพทย์เพื่อรักษาโรคเท้าปุก?

หากท่านมีบุตรหรือญาติพี่น้องหรือว่าคนรู้จัก คนข้างบ้าน ที่มีลูกหลานที่เป็นโรคเท้าปุก ให้พามารักษากับแพทย์ออร์โธปิดิกส์เด็กที่ได้รับการฝึกฝนวิธีพอนเซตี้โดยเร็วที่สุด


ขอบคุณข้อมูลจาก haamor.com/th/โรคเท้าปุก/#article106





Rate this article:
No rating
Comments (0)Number of views (1741)
Print

Comments are closed.

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

 

ข้อตกลงการใช้งานบทความ

ขอสงวนสิทธิ์ในข้อความ เนื้อหา รูปภาพ องค์ประกอบและสิ่งต่างๆที่ปรากฏใน website FriendDoctor.net ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ทำซ้ำ คัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง ตีพิมพ์ เผยแพร่ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของ website FriendDoctor.net ก่อน และบทความ ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ องค์ประกอบและสิ่งต่างๆที่ปรากฏใน website FriendDoctor.net เป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียน ไม่สามารถนำไปเป็นหลักฐานในการฟ้องร้อง หรือใช้ทดแทนคำวินิจฉัย และ หรือ การรักษาจากแพทย์ได้