โรคขาขาดเลือด - FRIEND DOCTOR บทความสุขภาพ,การทำกายภาพ,สะเก็ดเงิน,ด่างขาว
Menu

บทความ

โรคขาขาดเลือด

Published on 10 ตุลาคม 2559

โรคขาขาดเลือด

โรคขาขาดเลือด

อาการ โดยทั่วไป จะปวดน่องเวลาเดินมากๆ  บางคนมีความรู้สึกคล้ายเป็นตะคริว หรือขาไม่มีแรง เมื่อยหรือรู้สึกขาชา และเมื่อหยุดพักก็จะหายปวด และอาการจะเกิดขึ้นอีกเมื่อออกเดินมากๆ ครั้งใหม่  ในกรณีที่ขาขาดเลือดมากแม้จะอยู่เฉยๆ ก็มีอาการปวด ซึ่งอาจทุเลาลงได้เมื่อนั่งห้อยเท้า  และอาจจะมีอาการอื่นๆ เช่น ขาเย็น  ขาซีด  ขาชา เป็นแผลที่ขาไม่ยอมหายหรือหายยาก ขนตามขาล่วงหายไปเนื้อเยื่อของขากลายเป็นสีม่วงคล้ำหรือดำ เป็นต้น


สาเหตุ  เกิดจากการตีบตันของหลอดเลือดแดงที่นำเลือดไหลไปเลี้ยงกล้ามเนื้อบริเวณขาไม่ทัน  ตามปกติแม้ในคนที่มีหลอดเลือดแดงตีบตัน ธรรมชาติของร่างกายก็จะสร้างหลอดเลือดแดงเล็กๆ ขึ้นมาเป็นทางให้เลือดไหลอ้อมส่วนที่เส้นเลือดตีบตันให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อขาได้  แต่เวลาออกกำลังกายหรือเวลาเดินมากๆ  กล้ามเนื้อขาจะต้องการออกซิเจนที่มากขึ้น หลอดเลือดแดงเล็กๆ ที่ธรรมชาติสร้างขึ้น ไม่สามารถส่งเลือดไปเลี้ยงได้พอพียง

ปัจจุบันคนไทยเป็นมากขึ้น  ซึ่งก็เป็นผลมาจากการทานอาหารไขมันสูง และไม่ค่อยออกกำลังกาย  นอกจากเรื่องการบริโภคแล้วยังมีปัจจัยอี่นๆคือ  การสูบบุหรี่ โรคเบาหวาน โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง  ผู้สูงอายุ(อายุมากกว่า 50 ปี)ซึ่งมีประวัติครอบครัวเป็นโรคนี้

การรักษา   วินิจฉัยโรคนี้ต้องดูจากประวัติและการตรวจร่างกาย ตรวจวัดความดันเลือดที่ขาเปรียบเทียบกับความดันเลือดที่แขน ซึ่งคำนวณออกมาเป็นดัชนีบ่งชี้ความมากน้อยของการขาดเลือด   กรณีที่เป็นมากอาจจำเป็นต้องทำเอกซเรย์หลอดเลือดแดงเพื่อวางแผนการรักษา เช่นผ่าตัด เป็นต้น

ในระยะเริ่มแรกที่เป็นโรค  ให้ออกกำลังกายขาเบาๆ เช่น ด้วยการเดินจนกระทั่งเมื่อรู้สึกปวดจึงหยุดพัก  ถ้าทำบ่อย ๆ จะเป็นการกระตุ้นให้ธรรมชาติสร้างหลอดเลือดเล็กๆ ส่งเลือดอ้อมบริเวณตีบตันมากขึ้น  เป็นผลให้การขาดเลือดน้อยลง หรือใช้การท่าบริหารเบาๆ รวมทั้งการนวดตัวเพื่อผ่อนคลาย การฝังเข็ม ชึ่งจะช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อได้

ยาคลายกล้ามเนื้อที่ใช้ในขนาดอ่อนๆ ช่วยทำให้กล้ามเนื้อคลายความตึงเครียดได้ดี และจะทำให้นอนหลับได้ดีขึ้นทำให้ ร่างกายสามารถผลิตสารเอนโดฟินที่ช่วยระงับความเจ็บปวดได้  แต่จะมีผลข้างเคียงจากยาคือ น้ำหนักตัวอาจจะเพิ่มขึ้น หัวใจเต้นแรง ร่างกายขับปัสสาวะได้ยากขึ้น

หากอาการต่างๆยังไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์ จะใช้ยาช่วย เช่น ยาลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด ยาลดความดัน ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน ซิโลสเตซิล ซึ่งช่วยทำให้อาการปวดขาดีขึ้น

ถ้ารักษาด้วยวิธีการรับประทานยา 3-6 เดือน แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น จำเป็นต้องใช้วิธีอื่นเข้ามาช่วย เช่น

แทงสอดท่อเข้าไปที่หลอดเลือดแล้วฉีดยาระบายลิ่มเลือด  

การสอดใส่บอลลูนเข้าไปเพื่อถ่างหลอดเลือดส่วนที่ตีบแล้วใส่หลอดตาข่ายเป็นโครงเพื่อช่วยค้ำจุนขยายหลอดเลือดไว้

อีกวิธีคือการทำบายพาส โดยการผ่าตัดเอาหลอดเลือดดำจากที่อื่นมาต่ออ้อมตรงตำแหน่งหลอดเลือดแดงตีบ
ขอบคุณข้อมูล จากหนังสือการวินิจฉัยโรคด้วยตนเอง

 

ปวดกล้ามเนื้อ


Rate this article:
3.2
Comments (0)Number of views (3163)
Print

Comments are closed.

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

 

ข้อตกลงการใช้งานบทความ

ขอสงวนสิทธิ์ในข้อความ เนื้อหา รูปภาพ องค์ประกอบและสิ่งต่างๆที่ปรากฏใน website FriendDoctor.net ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ทำซ้ำ คัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง ตีพิมพ์ เผยแพร่ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของ website FriendDoctor.net ก่อน และบทความ ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ องค์ประกอบและสิ่งต่างๆที่ปรากฏใน website FriendDoctor.net เป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียน ไม่สามารถนำไปเป็นหลักฐานในการฟ้องร้อง หรือใช้ทดแทนคำวินิจฉัย และ หรือ การรักษาจากแพทย์ได้