โรคเส้นเอ็นข้อศอกอักเสบเป็นอย่างไร ตอนที่ 2 - FRIEND DOCTOR บทความสุขภาพ,การทำกายภาพ,สะเก็ดเงิน,ด่างขาว
Menu

บทความ

โรคเส้นเอ็นข้อศอกอักเสบเป็นอย่างไร  ตอนที่ 2

Published on 8 มิถุนายน 2559

โรคเส้นเอ็นข้อศอกอักเสบเป็นอย่างไร ตอนที่ 2

โรคเส้นเอ็นข้อศอกอักเสบเป็นอย่างไร ตอนที่ 2


โรคเส้นเอ็นข้อศอกอักเสบเป็นอย่างไร  ตอนที่ 2
การวินิจฉัยโรคเส้นเอ็นข้อศอกอักเสบ
1. การวินิจฉัยโรคเอ็นอักเสบข้อศอกด้านนอก  (Tennis  elbow  )
1.1 ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บหรือปวดตรงบริเวณรอบ ๆ ปุ่มกระดูกข้อศอกด้านนอก  หรือในบริเวณกล้ามเนื้อ
ที่เกาะลงมาจากกระดูก  และจะมีอาการมากขึ้นในเวลาทำงานที่จะต้องเกร็งกล้ามเนื้อในการกระดกข้อมือ  หรือมีเหยียดนิ้วมือ
1.2 มีตำแหน่งที่กดเจ็บตรงกับบริเวณที่เจ็บเมื่อใช้ในการทำงาน
1.3 เมื่อมีการเกร็งกล้ามเนื้อกระดกข้อมือสู้กับแรงต้าน  ก็จะมีอาการปวดมากขึ้น
2.การวินิจฉัยโรคเอ็นอักเสบข้อศอกด้านใน (Golfer’s  elbow  )
2.1 มีอาการเจ็บหรือปวดตรงบริเวณปุ่มกระดูกข้อศอกด้านใน  เมื่อเวลาตีกอล์ฟหรือทำงาน
2.2 เมื่อกดบริเวณปุ่มกระดูกข้อศอกด้านในมีอาการที่เจ็บ
2.3 เมื่องอข้อมือสู้กับแรงต้านแล้วก็ปวดในตำแหน่งเดิมมากขึ้น
แนวทางรักษาโรคเส้นเอ็นข้อศอกอักเสบ

1. รักษาโดยไม่ผ่าตัด การรักษาโดยวิธีไม่ผ่าตัด มักได้ผลดี มีแนวทางรักษาดังนี้


1.1 หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่จะทำให้ปวดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระดกข้อมือขึ้นลง อย่างเช่น พิมพ์ดีดซักผ้า สับเนื้อ เป็นต้น หรือ มีการเกร็งข้อมือนิ้วมือเป็นเวลานาน เช่น ใช้เมาส์คอมพิวเตอร์ การหิ้วของ เป็นต้น

1.2 ประคบในบริเวณที่ปวดด้วย ความร้อน หรือ ความเย็น ซึ่งอาจใช้ ยาทาบรรเทาอาการปวดร่วมด้วยได้

1.3 รับประทานยาบรรเทาอาการปวด ยาลดการอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ ในเวลาประมาณ 10-14 วัน

1.4 ฉีดยากลุ่มสเตียรอยด์เฉพาะที่ บริเวณที่กดเจ็บมากที่สุด เพื่อที่จะลดอาการอักเสบของเส้นเอ็น ซึ่งผู้ป่วยมักมีอาการดีขึ้นชั่วคราว ประมาณ 3 - 6 เดือน แต่อาจกลับมาเป็นซ้ำได้อีก

ถ้าหากฉีดยาครั้งแรกแล้วอาการไม่ดีขึ้น อาจจะต้องฉีดซ้ำอีก 1-2 ครั้ง หากไม่ดีขึ้นก็ควรที่จะรักษาด้วยการผ่าตัดจะได้ผลดีกว่า  เพราะการฉีดยาซ้ำบ่อย ๆนั้น นอกจากอาการมักจะไม่ค่อยดีขึ้น ยังอาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนมากขึ้นได้อีก เช่น เส้นเอ็นขาด หรือ ผิวหนังมีรอยด่างขาว เกิดขึ้นได้ เป็นต้น

1.5 การทำกายภาพบำบัด อบด้วยความร้อน หรือ อัลตร้าซาวน์บำบัด เพื่อลดอาการปวด

1.6 ควรใช้อุปกรณ์รัดบริเวณแขน (Counterforce brace) หรือ ผ้ายืด เพื่อพันบริเวณแขนต่ำจากข้อศอกลงไปประมาณ 1 นิ้ว (ห้ามพันตรงจุดที่เจ็บในบริเวณข้อศอก ) เพื่อที่จะให้กล้ามเนื้อทำงานได้ดีขึ้น 

ซึ่งแพทย์จะนัดผู้ป่วยมาตรวจซ้ำๆ เป็นระยะๆ เพื่อติที่จะติดตามผลการรักษา โดยที่สังเกตจากอาการปวด การเคลื่อนไหวของส่วนข้อศอก ว่าดีขึ้นหรือไม่ อย่างไร ถ้าหากไม่ดีขึ้นก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยนยา หรือ เปลี่ยนวิธีรักษาต่อไป

2. ทำการบริหารกล้ามเนื้อ (หลังจากที่อาการปวดดีขึ้นแล้ว)
ผู้ที่ต้องทำงานใช้ข้อศอกมาก ๆ ก็ควรที่จะใช้เวลาประมาณ 5 - 10 นาที บริหารข้อศอกเสียก่อนที่จะเริ่มการทำงาน ผู้ที่มีอาการแล้วก็ควรที่จะทำการบริหารให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้


3. การรักษาด้วยการผ่าตัด


3.1 จะมีการผ่าตัดก็ต่อเมื่อ มีอาการปวดมาก มีการฉีดยาสเตียรอยด์ 2 ครั้งใน 1 เดือนแล้ว  แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น 

3.2 ผู้ป่วยที่ต้องผ่าตัด มีจำนวนน้อยมาก ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะหายโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่อาจจะต้องใช้เวลานานหลายเดือนกว่าจะหายได้

3.3 ในการผ่าตัดอาจใช้ทั้งการฉีดยาชาเฉพาะที่ หรือ ใช้ยาสลบ หลังจากการผ่าตัดมักจะต้องเข้าเฝือกชั่วคราวประมาณ 2 อาทิตย์

3.4 ในการผ่าตัดจะให้ผลดีในการลดความเจ็บปวด แต่ อาจจะทำให้กล้ามเนื้อในการกระดกข้อมืออ่อนแรงได้


ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=22-07-2008&group=5&gblog=32
http://www.vibhavadi.com/orthopedic/resourcesdetail.php?id=95

 

ปวด


Rate this article:
2.6
Comments (0)Number of views (12190)
Print

Comments are closed.

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

 

ข้อตกลงการใช้งานบทความ

ขอสงวนสิทธิ์ในข้อความ เนื้อหา รูปภาพ องค์ประกอบและสิ่งต่างๆที่ปรากฏใน website FriendDoctor.net ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ทำซ้ำ คัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง ตีพิมพ์ เผยแพร่ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของ website FriendDoctor.net ก่อน และบทความ ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ องค์ประกอบและสิ่งต่างๆที่ปรากฏใน website FriendDoctor.net เป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียน ไม่สามารถนำไปเป็นหลักฐานในการฟ้องร้อง หรือใช้ทดแทนคำวินิจฉัย และ หรือ การรักษาจากแพทย์ได้