การดูแลรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis) ตอนที่ 3 - FRIEND DOCTOR บทความสุขภาพ,การทำกายภาพ,สะเก็ดเงิน,ด่างขาว
Menu

บทความ

การดูแลรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis) ตอนที่ 3

Published on 1 พฤศจิกายน 2558

การดูแลรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis) ตอนที่ 3

การดูแลรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis) ตอนที่ 3

การดูแลรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis) ตอนที่ 3


4.5  การฉายแสงอัลตร้าไวโอเลต (Phototherapy)

เป็นทางเลือกในการรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังในผู้ป่วยผู้ใหญ่ หรือเด็กอายุมากกว่า 12 ปี แต่ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ป่วยเด็กเล็ก อัลตราไวโอเลต หรือที่บางครั้งเรียกว่า แสงยูวี แบ่งออกเป็น แสงอัลตร้าไวโอเลตเอ (ยูวีเอ) มีความยาวคลื่น 320-400 นาโนเมตร แสงอัลตราไวโอเลตบี (ยูวีบี) มีความยาวคลื่น 280-320 นาโนเมตร แสงอัลตราไวโอเลตซี (ยูวีซี) มีความยาวคลื่น 200-280 นาโนเมตร วิธีการที่ใช้รักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ได้แก่


4.5.1 รักษาด้วยแสงเทียม UVB phototherapy หรือ UVA phototherapy 

เป็นการใช้เครื่องมือที่สร้างรังสี UVA หรือ UVB ในระดับที่ควบคุมได้ จะทำให้ มักจะใช้ในผู้ป่วยที่รักษาด้วยยาทาภายนอกแล้วยังไม่ได้ผล ผลข้างเคียงที่จะพบได้ในระยะสั้นคือ อาการแดงคันตามผิวหนัง สามารถแก้ไขได้ด้วยการทาครีมมอยซ์เจอไรเซอร์ได้ โดยเครื่องฉายแสงอัลตราไวโอเลตจะเป็นตัวกำหนดพื้นที่เพื่อให้ผิวหนังได้รับแสงเฉพาะบริเวณที่เป็นโรคได้

1. ตู้ฉายแสงใช้เพื่อรักษาผื่นผิวหนังที่มีบริเวณกว้าง เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีโรคผื่นภูมิแพ้กระจายทั่วตัว

2.เครื่องฉายแสงเฉพาะส่วน เป็นการฉายแสงเฉพาะส่วนมือ เท้า ในผู้ป่วยที่มีผื่นเฉพาะที่มือ เท้า หรือผู้ป่วยที่มีผื่นคันตามมือ เท้า เป็น ๆ หาย ๆ เป็นต้น

  3. เครื่องฉายแสงเฉพาะที่ เหมาะสำหรับผู้ป่วยมีรอยโรคเฉพาะบางบริเวณ และไม่อยากให้บริเวณผิวหนังปกติได้รับแสง เช่นผู้ป่วยที่เป็นผื่นที่หน้า ก็จะได้รับแสงเฉพาะบริเวณรอยโรคบนใบหน้าเท่านั้น บริเวณอื่นก็จะไม่ได้รับแสง หรือกรณีโรคเหลือผื่นที่ดื้อต่อการรักษาเฉพาะที่ ก็สามารถใช้เครื่องฉายแสงเฉพาะที่รักษาร่วมด้วยได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาอีกทางหนึ่ง

ข้อดีของการใช้แสงอัลตราไวโอเลต

1.รักษาโรคผิวหนังชนิดเรื้อรังได้ดี และสามารถใช้ได้กับผู้ป่วยทุกกลุ่มอายุ ทั้งเด็ก หญิงมีครรภ์ วัยกลางคน และผู้สูงอายุ รวมไปถึงผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคอื่นร่วมด้วย เช่นโรคตับ โรคไต โรคเบาหวาน หรือแม้แต่ผู้ที่มีการติดเชื้อเอดส์ สามารถใช้แสงอัลตราไวโอเลตรักษาโรคทางผิวหนังได้

2.ลดการใช้ยาทา ยารับประทานที่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายได้ด้วย

ข้อด้อยของการใช้แสงอัลตราไวโอเลต คือ ต้องได้รับการรักษาต่อเนื่องหลายครั้ง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ซึ่งผู้ป่วยบางรายอาจไม่สะดวกต่อการเดินทางมาโรงพยาบาลบ่อยครั้ง ทำให้การรักษาไม่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ประสิทธิภาพการรักษาจึงไม่ดีเท่าที่ควร

4.5.2 Psoralen plus Ultraiolet A (PUVA) คือการรักษาด้วยการทายาที่ผิวที่มีความไวต่อแสงก่อนแล้วจึงรักษาด้วยการฉาย UVA โดย UVA สามารถลงลึกเข้าสู่ผิวหนังได้มากกว่า UVB การรักษาแบบนี้มักจะเลือกทำในกรณีที่รุนแรง ทำการรักษา 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ผลข้างเคียงอาจทำให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ผิวไหม้ ได้

 

4.6 ช่วยเหลือด้านจิตใจ และคุณภาพชีวิตของ ผู้ป่วย

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังนอกจากมีผลกระทบต่อสภาพร่างกายแล้ว ยังมีผลกระทบต่อสภาพจิตใจ และ คุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และครอบครัวอีกด้วย ทั้ง การนอน การเรียน การทำงาน ฯลฯ เพราะโรคด้านผิวหนังจะเห็นได้ชัด หากมีอาการรุนแรงมาก ทำให้ผู้ป่วยซึมเศร้าได้ ดังนั้นจึงควรให้กำลังใจและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ป่วยและครอบครัว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาโรคมากยิ่งขึ้น


UVบำบัด
สมัครแจ้งบทความใหม่ผ่านทาาง Line 

เพิ่มเพื่อน

Rate this article:
3.8
Comments (0)Number of views (2218)
Print

Comments are closed.

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

 

ข้อตกลงการใช้งานบทความ

ขอสงวนสิทธิ์ในข้อความ เนื้อหา รูปภาพ องค์ประกอบและสิ่งต่างๆที่ปรากฏใน website FriendDoctor.net ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ทำซ้ำ คัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง ตีพิมพ์ เผยแพร่ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของ website FriendDoctor.net ก่อน และบทความ ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ องค์ประกอบและสิ่งต่างๆที่ปรากฏใน website FriendDoctor.net เป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียน ไม่สามารถนำไปเป็นหลักฐานในการฟ้องร้อง หรือใช้ทดแทนคำวินิจฉัย และ หรือ การรักษาจากแพทย์ได้