มาทำความรู้จักโรคอัมพฤกษ์ อัมพาตกันเถอะ - FRIEND DOCTOR บทความสุขภาพ,การทำกายภาพ,สะเก็ดเงิน,ด่างขาว
Menu

บทความ

มาทำความรู้จักโรคอัมพฤกษ์ อัมพาตกันเถอะ

Published on 19 ตุลาคม 2558

มาทำความรู้จักโรคอัมพฤกษ์ อัมพาตกันเถอะ

มาทำความรู้จักโรคอัมพฤกษ์ อัมพาตกันเถอะ

มาทำความรู้จักโรคอัมพฤกษ์ อัมพาตกันเถอะ
             1. โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต หมายถึงอะไร
              โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต หมายถึง โรคที่แขน ขา หรือใบหน้าซีกหนึ่ง อ่อนแรง ชา หรือเคลื่อนไหวได้ลำบาก หรือเคลื่อนไหวไม่ได้เลยทันทีทันใด เนื่องจากหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงสมองแตกหรือตีบตัน ทำให้สมองขาดอาหารและออกซิเจน เนื้อสมองเกิดความเสียหาย
              หากไม่รีบรักษาเนื้อสมองจะตายและเกิดความเสียหายอย่างถาวร ทั้งนี้สมองเป็นศูนย์รวมของการสั่งการการทำงานของอวัยวะต่างๆภายในร่างกาย เมื่อเนื้อสมองเสียหายหรือตาย จะส่งผลต่อการทำหน้าที่ของอวัยวะภายใต้การควบคุมของสมองส่วนนั้นๆ อาการที่พบ คือ อัมพฤกษ์ อัมพาต


              2. อะไรคือสาเหตุของอัมพฤกษ์ อัมพาต
อัมพฤกษ์ อัมพาต มีสาเหตุสำคัญมาจาก 3 ประการ คือ
              2.1หลอดเลือดแดงตีบแข็ง  หรือ หลอดเลือดแดงสมองเสื่อม (Atherosclerosis) สาเหตุจากการสะสมของไขมันที่ผนังที่อยู่ชั้นในของหลอดเลือดแดง ทำให้หลอดเลือดตีบ สูญเสียความยืดหยุ่น แข็ง ปัจจัยที่ทำให้หลอดเลือดแดงเสื่อม คือ สิ่งแวดล้อม และวิถีการดำเนินชีวิตที่ไม่ดี เช่น สูบบุหรี่ รับประทานอาหารไขมันสูง ออกกำลังกายไม่เพียงพอ หรือจากโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดแดงที่สำคัญ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง และเบาหวาน
              2.2  หลอดเลือดแดงสมองอุดตันเนื่องจากลิ่มเลือด  ปัจจัยที่สำคัญ คือ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งเกิดจากภาวะที่หัวใจห้องบนบีบตัวไม่เป็นจังหวะ (Atrial Fibrillation) โรคเกี่ยวกับลิ้นหัวใจ หรือภาวะหัวใจโต
              2.3  หลอดเลือดแดงของสมองแตก มีเลือดออกมาก ก้อนเลือดกดเนื้อสมอง ทำให้เนื้อสมองขาดออกซิเจนและอาหาร ถ้ารักษาไม่ทัน เนื้อสมองจะตาย ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือ ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้

 

              3. อะไร คือ ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต

              3.1 ความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ เพราะเพิ่มโอกาสเสี่ยงให้การเกิดอัมพาตได้ถึง 3 เท่า เพราะทำให้ผนังหลอดเลือดอ่อนแอ เกิดการแตกได้ ซึ่งระดับความดันเลือดที่บ่งบอกว่า สูง คือ ต้องมากกว่า หรือเท่ากับ 140 ซิสโตลิก หรือ 90 ไดแอสโทลิก ความดันเลือดสูงมักไม่พบอาการ ดังนั้น ทุกคนจึงควรรู้จักระดับความดันโลหิตของตนเอง และรักษาให้อยู่ในระดับที่ปกติอยู่เสมอ
             3.2  สูบบุหรี่ เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอัมพาตถึง 2 เท่า เนื่องจากบุหรี่ทำลายอวัยวะต่างๆ เช่น ปอด หัวใจ และหลอดเลือด ด้วยการลดปริมาณออกซิเจนในเลือด เพิ่มความหนืดของเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี ไปเลี้ยงส่วนต่างๆไม่เพียงพอ หากเป็นที่สมอง ทำให้เกิดอัมพาตได้
             3.3  มีน้ำตาลในเลือดสูง จะทำให้ผนังหลอดเลือดหนาขึ้นและตีบแคบขึ้น ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี ไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ก็เกิดเป็นอัมพาตได้เช่นกัน
              ระดับน้ำตาลในเลือด เมื่ออดอาหารจะมีค่าในช่วง 100-120 มิลลิกรัม/ดล. ระดับน้ำตาลหลังอาหาร อยู่ในช่วง 80-160 มิลลิกรัม/ดล. ดังนั้นจึงควรรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ
             3.4 มีไขมันในเลือดสูง คือโคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ทำให้เกิดเป็นก้อนไขมันติดกับผนังหลอดเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดหนา แข็งขึ้นและตีบแคบ เลือดไหลเวียนเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้เกิดเป็นอัมพาตได้
             3.5  อุปนิสัยการบริโภคที่ไม่ถูกต้อง เช่น การรับประทานอาหารมากเกินไป รับประทานอาหารที่มีเกลือและไขมันสูง รับประทานผักผลไม้น้อยเกินไป การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากเป็นประจำ ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง น้ำตาล และไขมันในเลือดสูง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นอัมพาตมากขึ้นได้


              4. อะไรคือสัญญาณเตือนว่าท่านมีโอกาสเป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาต
              อาการที่สำคัญที่ควรสังเกตอย่างสม่ำเสมอ มีดังนี้
              4.1 รู้สึกชา หรืออ่อนแรงที่ใบหน้า ขาหรือแขน ซีกใดซีกหนึ่งทันทีทันใด
              4.2 ความรู้สึกตัวเปลี่ยนไป (มีอาการเอะอะ โวยวาย สับสน และซึมลง) หรือพูดได้ลำบาก พูดไม่ได้ พูดไม่ชัดจากที่เคยพูดได้ชัด หรือไม่เข้าใจคำพูดทันทีทันใด
              4.3 ตามัว หรือตาข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง เห็นภาพซ้อนอย่างทันทีทันใด
              4.4 มึนงง เวียนศีรษะ เดินเซ เดินลำบาก เดินไม่ได้ หรือสูญเสียการทรงตัวในการเดินและยืนทันทีทันใด
              4.5 ปวดศีรษะอย่างรุนแรง อย่างทันทีทันใด โดยไม่ทราบสาเหตุ
        หากพบอาการดังกล่าว ให้สงสัยว่าอาจจะเป็นอาการเริ่มแรกของอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และรับการรักษาโดยเร็วภายในเวลา 3 ชั่วโมง เมื่อเริ่มมีอาการครั้งแรก


              ถึงแม้อาการจะหายไป แต่ก็จำเป็นต้องไปพบแพทย์ เนื่องจากอาการดังกล่าว ถือเป็นสัญญาณเตือน ซึ่งเรียกว่า ภาวะ TIA หรือ Transient ischemic attack ภาวะนี้รุนแรงน้อยกว่าอัมพฤกษ์ อัมพาต มีอาการไม่เกิน 1 ชั่วโมง แล้วหายเองโดยไม่ต้องรักษา
              แต่ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญว่า ถ้าไม่รักษาจะเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ และอาการเตือนนี้ไม่จำเป็นต้องเกิดล่วงหน้าในผู้ที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตทุกคนอีกด้วย
              (ข้อมูลจากหนังสือคู่มือความรู้เรื่องอัมพาต สำหรับประชาชน โดยกรมควบคุมโรค)
              (จาก นิตยสารธรรมลีลา ฉบับที่ 143 พฤศจิกายน 2555 โดย กองบรรณาธิการ)

อัมพกฤษ์

Rate this article:
No rating
Comments (0)Number of views (1372)
Print

Comments are closed.

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

 

ข้อตกลงการใช้งานบทความ

ขอสงวนสิทธิ์ในข้อความ เนื้อหา รูปภาพ องค์ประกอบและสิ่งต่างๆที่ปรากฏใน website FriendDoctor.net ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ทำซ้ำ คัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง ตีพิมพ์ เผยแพร่ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของ website FriendDoctor.net ก่อน และบทความ ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ องค์ประกอบและสิ่งต่างๆที่ปรากฏใน website FriendDoctor.net เป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียน ไม่สามารถนำไปเป็นหลักฐานในการฟ้องร้อง หรือใช้ทดแทนคำวินิจฉัย และ หรือ การรักษาจากแพทย์ได้